ได้โฮสแล้วเว่ย!

posted on 24 May 2011 17:21 by -pear-a-mon-
เออ จริงๆ ดีใจเม้กกก ได้โฮสแล้วเว่ย
 
ใครที่เคยไปซัมเมอร์แคมป์อาจจะคิดว่า ไรวะ ได้โฮสแค่เนี้ยะ ตื่นเต้น? มันน่าตื่นเต้นตรงไหนวะ?
 
โอเค ซัมเมอร์แคมป์ทั้งหลาย ที่ที่คุณไปอยู่น่ะ คุณไปแค่ไม่ถึงสามเดือน อย่างมากก็สองเดือน แต่ดิฉันไปเป็นปีว่ะค่ะ!
 
หมายความว่ายังไง? หมายความว่า การจะหาคนที่จะมาเป็นโฮสเรา ควรจะมีความชอบหรือนิสัยที่เหมือนๆกับเรา เพื่อที่ว่า จะมีปัญหาน้อยมากที่สุดและให้คลิกกันกับเรามากที่สุด เราจะได้ลั้นลาปาจิงโกะกับโฮสเราได้ไง เย้
 
เพราะงั้น การหาโฮสก็เลยเป็นอะไรที่ค่อนข้างใช้เวลา จะให้ชี้ๆว่า "เนี่ยนะ เค้าอยากได้โฮสแบบนี้นะ หาให้หน่อยดิตะเอง" มันทำไม่ได้ค่ะ โฮสแฟมิลี่นะ ไม่ใช่ชายสี่หมี่เกี๊ยว!
 
แล้วโฮสที่ได้มาน่ะ อาจจะไม่ใช่ครอบครัวที่ดีสุขสมบูรณ์ก็ได้ เราต้องยอมรับว่าประเทศโลกที่หนึ่ง(ประเทศที่พัฒนาแล้ว)น่ะ เค้าเปิดประเทศเสรีนะจ๊ะ โฮสแฟมิลี่ของเราอาจจะมีตั้งแต่ หญิงชาย, บ้านที่มีผู้ปกครองคนเดียว ไปจนถึงบ้านที่เป็นไม้ป่าเดียวกัน 
 
พูดง่ายๆคือ โฮสแฟมิลี่มีหลากหลายประเภทมาก แต่ว่า เชื่อเถอะ เขาเป็นคนดีพอที่จะรับเรามาเป็นลูกบุญธรรมเขาหนึ่งปี ไม่ว่าโฮสแฟมิลี่บ้านนั้นจะรวย-จน เป็นทอม-ดี้ เก้ง หรือร้อยแปดพันเก้า เขาก็ต้องเป็นคนที่จิตใจดีอยู่แล้ว
 
ตอนนี้เพื่อนๆที่อีเอฟก็บ่นๆกันใหญ่ว่าเมื่อไหร่จะได้โฮส แล้วก็จะนั่งอิจฉาพวกที่ได้โฮสแล้ว เห็นได้ยินแว่วๆว่าจะไปทำบุญ เผื่อผลบุญจะช่วยให้หาได้เร็วขึ้น (ฮา)
 
โอเค มาดูข้อมูลคร่าวๆเกี่ยวกับโฮสที่ได้มาดีกว่า
 
โฮสชื่อ Mrs. Luce B**** (ขอสงวนนามเต็ม)
เป็น Orthophoniste.....
 
Orthophoniste คือนักบำบัดการพูด
อืม มีอาชีพนี้ด้วยแฮะ
 
แคว้นที่จะไปอยู่คือแคว้น Tarn เมืองAlbi ในแคว้นมีเมืองใหญ่คือ Castres เป็นแคว้นทางตอนใต้ของฝรั่งเศส (ดูตามรูปได้)
 
เห้ย! อยู่ใกล้ทะเลประมาณกรุงเทพไปหัวหินนี่หว่า โอ้เยส! มีสนามบินด้วยเว้ยเห้ย! 
 
โอเค ต่อๆ 
family member (สมาชิกครอบครัว)
Sylvain male 1990, Pierre male 1992 และ Nicolas male 1996
มีพี่ชายสองคนและน้องชายหนึ่งคน อายุ 21-19-15 อืม.....ตอนนี้คงจะเริ่มมีคนจินตนาการภาพพี่ชายทั้งสองและน้องชายอีกหนึ่งอยู่ใต้ชายคาเดียวกับเด็กสาวแล้วสินะ หลายคนอาจจะเริ่มอิจฉาแล้วสินะ
แต่พี่สองคนไม่อยู่บ้านค่ะ มีแค่น้องคนเล็กอายุ15คนเดียว แป่ววววววว นิยายหวานแหววแตกเพล้ง!
 
Will student share a room?(นักเรียนจะต้องใช้ห้องร่วมกับคนอื่นมั้ย?) No 
Pet: cat เย้ มีแมวด้วย!
Activities: Listen to music
Community: City
Population: >100,000 อืม เมืองใหญ่เหมือนกันนะนี่
 
จบ ข้อมูลที่ได้มาทั้งหมดเกี่ยวกับโฮสแฟมิลี่ สรุปคือ ดิฉันให้ข้อมูลไปตั้งเยอะ แต่ดิฉันได้ข้อมูลกลับมา แค่เนี้ยะ? ไรว้าาาา
 
โอเค ถ้าอยากรู้ ก็ต้องหาคำตอบ ถ้าอยากคุยกับโฮส ก็ต้องติดต่อ 
ภารกิจของพีรมณฑ์ตอนนี้คือ: เขียนอีเมลหาโฮส ลุย!
 
พูดถึงนักเรียนแลกเปลี่ยน ทุกคนคงคิดถึงแต่ทุนเอเอฟเอส แต่ความจริงแล้วมันมีองค์กรที่ให้ทุนมากกว่านั้น แต่ที่เอเอฟเอสเป็นอันดับหนึ่งเพราะว่ามันมีประเทศเยอะกว่าและมีมานานที่สุดในประเทศไทย ประเทศที่เอเอฟเอสครอบคลุมมีเยอะมาก ตั้งแต่อเมริกายันเปรู (ความจริงอยากไปเปรู ไปขี่ลามะ)
 
แต่ทุนที่พีรมณฑ์กำลังจะไปนั้นคือทุนของอีเอฟ อีเอฟมีประเทศน้อยกว่าเอเอฟเอส ซึ่งจะมีแค่ อเมริกา แคนาดา อังกฤษ (แต่อังกฤษต้องทำข้อสอบของทางสถานฑูตที่ยากระดับพระกาฬปลาวาฬเกยตื้น) ญี่ปุ่น ฮ่องกง นิวซีแลนด์ ฝรั่งเศส และเยอรมัน ทุนของอีเอฟก็มีจำนวนจำกัดเหมือนที่เอเอฟเอส อเมริกาจะมีทุนเยอะที่สุด ประมาณร้อยกว่าทุน ในขณะที่แคนาดา ไม่รู้จะหวงประเทศไปทำไม ให้แค่ทุนเดียว ส่วนฝรั่งเศสกับเยอรมันจะให้ประมาณ2-3ทุน
 
*อนึ่ง ประเทศที่พีรมณฑ์เลือกไปประเทศแรกไม่ใช่ฝรั่งเศสแต่เป็นแคนาดา เพราะเรียนสองภาษา แต่แห้วเพราะมีคนได้ไปแล้ว ชีวิตก็เป็นอย่างนี้แล....
 
เงื่อนไขในการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน ดูเหมือนจะมีอะไรมากมาย แต่แท้จริงแล้วคือ ต้องไปสอบภาษาและไปสัมภาษณ์ ซึ่ง สิ่งที่ใช้คัดเลือกก็มีแค่ความสามารถทางภาษากับมุมมอง/ทัศนคติ อะไรทำนองนี้
 
ทีนี้แลกเปลี่ยนเค้าไปกันนานแค่ไหน? เคยมีรุ่นน้องมาถามเหมือนกัน อยากไปมั่ง คงไม่นานใช่มั้ย?
นานมั้ย? คงตอบยาก บางคนก็บอกว่านาน บางคนก็บอกว่าไม่นาน แต่ปกติจะไปประมาณหนึ่งปี ยกเว้นบางประเทศอย่างอังกฤษ
 
ห๊ะ? อะไรนะ ไปตั้งปีนึง นึกว่าไปแค่เดือน-สองเดือน
 
ประทานโทษ เดือนนึง พี่จะไปทำอะไรครับ? แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมนะครับ ไม่ใช่ไปเช็งเม้ง หรือพี่จะไปแลกเปลี่ยนพินบีบีครับ? ปีนึงนี่แหละ เหมาะที่สุดแล้ว
 
แล้วไปอยู่กับใครล่ะ? ไปอยู่กับโฮสแฟมิลี่จ้ะ 
โฮสแฟมิลี่จะรับเรามาในฐานะลูกบุญธรรมโดยที่เขาจะไม่ได้เงินจากการรับเรามาเลย 
 
แล้วโฮสแฟมิลี่ที่เราได้นี่เค้าจะคัดมาแบบสุ่มๆแรนด้อมรึเปล่า? ไม่เลยค่ะ
เราจะต้องทำแบบฟอร์มapplication ว่า เรานะ ชอบทำโน่นทำนั่นทำนี่ เช่น ถ้าเราบอกว่า หนูชอบอ่านหนังสือ ก็จะได้ไปอยู่บ้านที่ชอบอ่านหนังสือเหมือนกัน บางทีอาจจะไปเจอบ้านที่อ่านหนังสือแบบ้าคลั่งเลยก็ได้ แบบว่า อ่านมันทั้งวันทั้งคืน เพราะงั้นทางอีเอฟจะพยายามจัดหาบ้านที่ตรงกับความชอบและบุคลิกของเรามากที่สุด เพื่อให้เกิดปัญหาน้อยที่สุดนั่นเอง
 
แล้วเราจะได้ไปอยู่ส่วนไหนของประเทศ? ไปอยู่ทีไหน เราไม่รู้แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่เมืองใหญ่แน่นอน
"ทำไมไม่ได้อยู่เมืองใหญ่ล่ะ? หนูก็อยากไปชอปปิ้งในนิวยอร์คมั่งอะไรมั่งนะ" เพราะว่าเมืองใหญ่มันไม่ปลอดภัยไง เช่น ปารีส เป็นเมืองท่องเที่ยวก็จริงแต่เป็นเมืองที่ค่อนข้างอันตรายสำหรับการที่เด็กม.ปลายจะไปอยู่คนเดียว เขาเลยให้เราไปอยู่ตามต่างจังหวัดไง หรือรัฐที่ไม่ค่อยจะเจริญมากมาย
 
ไม่ได้อยู่เมืองใหญ่ๆ เบื่อตายเลย...
ไม่เบื่อหรอก พอเจอเพื่อน ได้เพื่อนใหม่แล้ว มันจะสนุกขึ้นมาทันที
 
แล้วถ้าวัฒนธรรมของเค้ามันแปลกมากๆ จะทำยังไงดี? ตอบง่ายๆ : ทำใจ
ทำใจและลองปรับเปลี่ยนชีวิตของเราให้ตามเขา ซึ่ง ไอ้วัฒนธรรมที่แตกต่างมากๆอาจทำให้เราเกิดอาการ cultural shock ได้ cultural shockคืออะไร? แปลตรงตัวง่ายๆแบบที่ google translate ชอบทำคือ ช้อคกับวัฒนธรรม(ที่แตกต่างจนปรัยตัวไม่ทัน) พี่returnee*เล่าให้ฟังว่า cultural shockจะมาแบบที่เราไม่รู้ตัว บางคนอาจจะรู้สึกเบื่อจนไม่อยากทำอะไรเลย หรือบางคนก็อาจจะเครียดมาก เปิดล้อกเก้อร์ไม่ได้อาจจะร้องไห้กันเลยทีเดียว แต่สิ่งที่จะแก้cultural shockได้ก็ไม่มีอะไรมาก คือปรับตัว (พูดเหมือนง่ายแต่ทำยากเนอะ)
*returnee คือคนที่ไปแลกเปลี่ยนแล้วกลับมาช่วยดูแลน้องๆ
 
แล้วถ้ามีปัญหากับโฮสแฟมิลี่จะทำยังไงดี?
ปัญหามีประมาณสามระดับ
 
1. ปัญหาดาดดื่น ไก่กาฮานามิที่สามารถแก้ได้ที่ตัวเราเอง เช่น โฮสบ่นว่าเล่นคอมดึกเกินนะ เราก็ควรจะเล่นคอมให้น้อยลง
 
2. ปัญหาที่เกี่ยวกับวัฒนธรรม แก้ได้สองอย่าง คือ คุยกับโฮส ว่าเราจะแก้กันยังไงดี ค่อยๆคิด อย่าใช้อารมณ์ ใช้เหตุผล และถอยทีละก้าว แต่ถ้าโฮสไม่ถอย เราก็ทำได้อย่างเดียวคือทำใจ และท่องไว้ว่าเขาเป็นพ่อแม่บุญธรรมเรา เขามีสิทธิ์ เขามีเหตุผลของเขา 
 
3. ปัญหาขั้นรุนแรง อาจมีการเปลี่ยนโฮสหรือถูกส่งกลับประเทศกันเลยทีเดียว เช่น มีเรื่องทะเลาะกับโฮส เคยมีกรณีนึง ทำตัวดราม่ามากเกินไป และตะโกนออกมาว่า "ฉันอยาก ฉันจะฆ่าตัวตาย" โฮสตกใจมาก เกิดอาการ freak the shit out เลยคิดว่าเด็กคนนี้ต้องไซโค มีปัญหาทางจิตแน่ๆ เลยส่งไปหาจิตแพทย์ จิตแพทย์ไม่กล้ารับรอง เลยบอกว่าเด็กคนนี้ต้องได้รับการบำบัด สุดท้ายโฮสกลัวมาก เลยเตะโด่งออกจากบ้านไป  (เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าไปดราม่ากับโฮส)
 
ปัญหาที่สามนี่ ซีเรียสสุดแล้วก็ไม่ควรให้เกิดมากที่สุด แต่ปัญหาที่หนึ่งและสองก็สามารถพัฒนามาเป็นปัญหาที่สามได้ด้วย
 
แต่เราเชื่อว่า ปัญหาทุกปัญหา เกิดขึ้นได้ก็ต้องแก้ได้ (หึหึหึ พูดไปเถอะไอ้พี คอยดูเถอะ พอแกมีปัญหาแล้วจะหนาว)
 
เราเอาไปคร่าวๆก่อนละกันนะ ใครมีอะไรอยากถามลองถามมาได้ จะพยายามตอบนะจ๊ะ
สวัสดี

edit @ 24 May 2011 17:20:22 by pear-a-mon

กะจะเริ่มเขียนบล๊อกมาตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่ได้เขียนซักที วันนี้วันอาทิตย์เห็นอากาศดี (ดีตรงไหน? ฝนตกเนี่ยนะ?) เลยเริ่มเขียนๆซะ 
มาเริ่มทำความรู้จักกันดีกว่า
 
ชื่อ: พีรมณฑ์
พูดถึงชื่อจริง คงเป็นชื่อที่แปลกตาสำหรับหลายๆคน แต่เคยเสิชอาจารย์กู(เกิ้ล)ดูแล้ว มีคนชื่อเดียวกับเราแค่คนเดียว เป็นผู้ชาย รู้สึกจะทำพวกดีไซน์หัวโขนมั้ง? ไม่แน่ใจ
 
ชื่อเล่น ง่ายๆ โหลๆ: พี ชื่อนี้โหลมาก แต่รู้มั้ย ก่อนจะมาเป็นชื่อนี้ มันมีชื่อแปลกๆมาก่อน 
ด้วยความที่พ่อกับแม่ทำงานเป็นมัณฑนากรทั้งคู่ เลยมีเพื่อนๆพ่อแม่ตั้งชื่อมาให้ เช่น เปอเสป๊กตีฟ (Perspective) ถ้าเรียกสั้นๆคงเป็นเปอ ไม่ก็ตีฟ แต่ถ้าเป็นตีฟ เราคงโกรธแม่ไปอีกนาน สุดท้ายคุณย่าเลยบอกว่า "เอาชื่ออะไรเยอะแยะวุ่นวาย ชื่อพีนี่แหละ ง่ายๆ" 
 
ระดับชั้น: ตอนนี้กำลังจะขึ้นม.5ค่ะ สายศิลป์ฝรั่งเศสภาคภาษาอังกฤษ โรงเรียนดังแถวปทุมวัน (เทคยิคปทุมวันหรือครับ? ไม่ใช่ละ)
 
ความสามารถส่วนตัว: คงจะเป็นวาดรูป ภาษาอังกฤษและดนตรีน่ะแหละ ภาษาฝรั่งเศสก็พอได้ แต่เวลาพูดจะต้องใช้เวลาคิดประมาณ อินเตอร์เน็ตแบบ dial up เมื่อเทียบกับภาษาอังกฤษที่พูดปร๋อความเร็วประมาณอินเตอร์เน็ตแบบ wifi 
 
ครอบครัว: ทั้งพ่อทั้งแม่เป็นมัณฑนากรค่ะ อ๊ะ มัณฑนากรคืออะไร ต๊าย ไม่รู้จักรึไง เป็นนักออกแบบภายในค่ะ ไม่เหมือนสถาปนิกนะ สถาปนิกเค้าออกแบบภายนอกไง เข้าใจมากขึ้นมะ? 
 
ความจริงบล๊อกนี่กะจะอัพเรื่องทั่วไป แต่ตอนนี้กำลังจะไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ฝรั่งเศสเลยกะจะอั๊พเรื่องที่ไปฝรั่งเศสซะเลย พอแค่นี้ก่อนดีกว่านะ เราพอจะรู้จักกันแล้วนะ เม้นมาได้นะคะ สวัสดี ลาก่อน